13.55 น.วันที่ 30 พฤษภาคม 2550...ผมกำลังนั่งฟังการอ่านคำพิภาษา "คดียุบพรรค" อย่างใจจดใจจ่อ ทั้งๆที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมเลย แต่ที่ต้องหันมาสนใจก็เพราะ ตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็ม ที่ผมพบว่าธุรกิจไทยส่วนใหญ่เริ่มชลอการใช้จ่ายเงิน เพราะเป็นห่วงสถานการณ์ทางการเมืองดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้ระบบเศรษฐกิจของไทยเริ่มติดขั้น
ความจริงแล้วสถานการณ์นี้คล้ายๆเหตุการณ์ไทยมุง เกี่ยวไม่เกี่ยวของเอี่ยวไว้ก่อน...ซึ่งบางครั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย ก็ไปตั้งประเด็นให้มันเกี่ยวกันซะอย่างงั้น แต่ประเด็นทางการเมืองก็ใช่ว่าจะไม่มีส่วนเลยกับสภาวะเศรษฐกิจที่ฝีดขนาดนี้ เราต้องยอมรับว่าเรามีผู้บริหารด้านเศรษฐกิจของประเทศ ไม่มีประสิทธิภาพเหมือนกับในยุครัฐบาลชุดก่อน...แต่เราจะมามัวนั่งรอสิ่งที่ไม่มีผลกระทบกับเราโดยตรงไปทำไม? เศรษฐกิจในประเทศไม่ดี ลูกค้าในประเทศใช้จ่ายเงินยากขึ้น เราก็ต้องหากลยุทธ์การตลาดที่มีต้นทุนต่ำ เข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว และทำให้สินค้ามีราคาถูกลง ผมไม่เชื่อว่าการอยู่นิ่งเฉยจะเป็นผลดีต่อธุรกิจ มาเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสกันเถอะครับ ถึงเวลาที่เราจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจโดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่ประหยัดเวลา ต้นทุนต่ำ แต่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง อีคอมเมิรซ์น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยธุรกิจไทยขยายช่องทางการตลาดใหม่ๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นวิธีการที่ประหยัดกว่าการทำธุรกิจในแบบเก่า...บางครั้งการตื่นตระหนกไปตามสถานการณ์แวดล้อม อาจจะนำไปสู่ความหายนะโดยรู้เท่าไมถึงการณ์ หันมาตั้งรับสถานการณ์ มองหาช่องว่างทางการตลาด และเตรียมระบบอีคอมเมิรซ์ให้พร้อม ในช่วงที่คนอื่นๆกำลังชลอตัว พอสถานการณ์เริ่มดีขึ้น เราก็พร้อมแล้วที่จะวิ่งต่อไป..
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น