วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

อยากเริ่มอีคอมเมิรซ์...ทำอย่างไรดี?


ยุคนี้ พ.ศ.2550 รัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ต้องยอมรับกันอย่างตรงๆว่า ประเทศไทยมีเศรษฐกิจฟีดเคือง ประชาชนไม่กล้าใช้เงิน เพราะไม่รู้ว่าทิศทางการเมืองจะเป็นอย่างไร?

... ก็รอคอยวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 ที่จะตัดสินคดียุบพรรคการเมืองใหญ่ ไทยรักไทย และ ประชาธิปัตย์ มีข่าวลือว่าแต่ละฝ่ายก็จะยกพวกเข้าเผชิญหน้ากัน ...คิดแล้วท้อใจกับประเทศนี้จริงๆ บริษัทของผมก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ลูกค้าลดน้อยลง ลูกค้ารายใหม่ๆ เริ่มปฏิเสธการนัด ให้เหตุผลเพียงให้เลื่อนออกไปก่อนเพราะยังไม่พร้อม เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงการระมัดระวังในการใช้จ่าย หรือลงทุนในโครงการใหม่ๆ ...แต่ความเป็นจริงแล้วการหยุดนิ่งอาจจะเป็นสัญญานอัตรายต่อกิจการของเราก็ได้ สิ่งที่ควรทำคือการหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ที่น่าจะเปิดโอกาสให้กับสินค้าและบริการของเรา แนวทางการค้าผ่านอินเทอร์เน็ต หรือทีเราเรียกกันติดหูว่า "อีคอมเมิรซ์" ซึ่งผมเห็นด้วยกับการใช้อีคอมเมิรซ์เป็นเครื่องมือการตลาดในยุคปัจจุบัน แต่มิใช่ว่าผมเป็นผู้ให้บริการในด้านนี้...ถึงได้เชียร์ให้ใช้กันนัก! ความจริงคืออีคอมเมิรซ์เป็นช่องทางการตลาดที่กว้างและมีต้นทุนต่ำกว่าช่องทางการตลาดอื่นๆ แต่การที่จะประสบความสำเร็จในการทำอีคอมเมิรซ์ได้นั้น ผู้ทำจะต้องมีความตั้งใจในการเรียนรู้ มีเงินลงทุน และมีสินค้าจริงๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องมี...ความเชื่อและศรัทธาในระบบการค้าขายผ่านสังคมอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะทำได้ก็ต้องได้มีประสบการณ์ในการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตซะก่อนจึงจะเข้าใจ ผู้ประกอบการส่วนมากอยากทำธุรกิจอีคอมเมิรซ์ แต่ไม่เคยซื้อของผ่านระบบนี้เลย ก็อาจจะทำให้ไม่เชื่อมั่นในระบบการค้าผ่านเครือข่ายอินทอร์เน็ต ดังนั้นผมขอแนะนำการเริ่มต้นที่ไม่ยาก (1) สมัครใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง แล้วใช้ทุกวันให้เป็นนิสัย (2) ไม่เก่งไม่ว่า แต่ต้องอดทน เรียนรู้ จดจำ และทำตาม (3) หาแหล่งความรู้ หนังสือ เว็บไซต์ หรือผู้รู้ใกล้ตัว (4) เข้าหลักสูตรอบรม การสร้างเว็บ การตลาดออนไลน์ และการเขียนเพื่อการสื่อสาร (Copywriting) (5) ซื้อสินค้าหรือบริการผ่านอินเทอร์เน็ต (6) หรือฟังรายการวิทยุที่ผมจัดอยู่เป็นประจำ ....เพียง 6 ข้อ ก็พียงพอที่จะทำให้คุณเข้าใจในธุรกิจอีคอมเมิรซ์ในเบื้องต้นแล้ว ...ถึงขั้นตอนสำคัญที่ต้องลงมือทำกันแล้วนะครับ จะต้องสร้างเว็บไซต์ของตนเอง ในแบบที่เราต้องการ เห็นตัวอย่างจากคนอื่นๆมามากแล้ว ก็ต้องเอามาเป็นแนวทางในการพัฒนาใช้กับของตนเอง จะจ้างใครทำก็ได้แต่ก็ต้องแน่ใจว่าเขาจะทำได้ตามเป้าหมายจริง ทั้งในด้านผลงานและระยะเวลาที่ตกลงกัน แต่ถ้าทำเองได้ก็ดี เดี๋ยวนี้มีโปรแกรมการสร้างเว็บสำเร็จรูปที่ง่ายๆ เช่น Joomla ที่ได้โปรแกรมเป็นของตัวเอง หรือจะใช้แบบเช่าใช้แต่ไม่ได้สิทธิเป็นเจ้าของโปรแกรม ก็มีหลายราย เช่น Tarad.com หรือ Readyplannet.com ก็ได้ ...เริ่มต้นได้แบบนี้ก็จะสามารถเข้าสู่การทำธุรกิจจริงได้แล้วครับ ขั้นตอนทั้งหมดนี้ควรจะใช้เวลาไม่น่าเกิน 2 เดือน ถ้านานกว่านี้รับรองได้ว่า...หมดไฟไปไม่ถึงฝั่งเน่นอน!